ในการเลือกซื้อ Windows ของแท้ สำหรับติดตั้งในคอมพิวเตอร์ หลายคนอาจเคยสังเกตว่าราคา Windows ในตลาดนั้นมีหลายระดับ บางครั้งราคาต่างกันหลายพันบาท ทั้ง ๆ ที่เป็น Windows เวอร์ชันเดียวกัน เช่น Windows 11 เหมือนกัน แต่ราคากลับไม่เท่ากันนั่นเอง
ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจาก ประเภทของลิขสิทธิ์ Windows ที่แตกต่างกัน โดยรูปแบบที่ผู้ใช้ทั่วไปพบได้บ่อยที่สุดคือ Windows OEM กับ Windows FPP
หลายคนจึงเกิดคำถามว่า Windows OEM กับ FPP คืออะไร ต่างกันอย่างไร และควรเลือกซื้อแบบไหนจึงจะคุ้มค่าที่สุด
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของ windows oem กับ fpp อย่างละเอียด พร้อมคำแนะนำว่าผู้ใช้งานแบบไหนควรเลือกซื้อประเภทใด
Windows OEM กับ FPP คืออะไร ต่างกันอย่างไร
ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ Windows เราควรเข้าใจความหมายของลิขสิทธิ์ทั้งสองประเภทกันก่อน เพราะถึงแม้จะเป็น Windows เวอร์ชันเดียวกัน แต่สิทธิ์ในการใช้งานจะแตกต่างกัน
Windows OEM คืออะไร
Windows OEM (Original Equipment Manufacturer) คือรูปแบบลิขสิทธิ์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หรือร้านประกอบคอมพิวเตอร์ โดยมักจะถูกติดตั้งมาพร้อมกับเครื่องตั้งแต่แรก เช่น โน้ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปจากโรงงาน
ลักษณะสำคัญของ Windows OEM คือ
- ลิขสิทธิ์จะผูกกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น โดยเฉพาะจะผูกกับ เมนบอร์ด (Motherboard) ของคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ติดตั้ง ทำให้ไม่สามารถย้าย License ไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้
- ไม่สามารถย้ายไปใช้งานกับเครื่องอื่นได้
- ราคาจะ ถูกกว่าแบบ FPP
ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อโน้ตบุ๊คที่ติดตั้ง Windows มาแล้วตั้งแต่โรงงาน Windows ที่อยู่ในเครื่องนั้นส่วนใหญ่จะเป็น OEM License
ข้อดีของ Windows OEM คือมีราคาประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่ซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่และตั้งใจใช้งานเครื่องนั้นไปอีกหลายปี โดยไม่ต้องการย้ายระบบปฏิบัติการไปเครื่องอื่น

Windows FPP คืออะไร
Windows FPP (Full Packaged Product) คือรูปแบบลิขสิทธิ์ Windows ที่จัดจำหน่ายแบบกล่องหรือแบบดิจิทัลสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
จุดเด่นสำคัญของ Windows FPP คือ
- สามารถ โอนย้ายไปติดตั้งเครื่องอื่นได้
- หากเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ใหม่ สามารถย้าย License ไปใช้ได้
- เหมาะกับผู้ที่ประกอบคอมพิวเตอร์เองหรืออัปเกรดเครื่องบ่อย
- ราคาจะสูงกว่า OEM
ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อ Windows แยกจากคอมพิวเตอร์ เพื่อมาติดตั้งในเครื่องประกอบเอง ลิขสิทธิ์นั้นมักจะเป็นแบบ FFP
ดังนั้นความแตกต่างหลักของ windows oem กับ fpp คือเรื่องของสิทธิ์การโอนย้าย License และความยืดหยุ่นในการใช้งานนั่นเอง
ข้อดีและข้อเสียของ Windows OEM
ข้อดีของ Windows OEM
แม้ว่า Windows OEM จะมีข้อจำกัดเรื่องการย้าย License แต่ก็มีข้อดีหลายอย่างที่ทำให้ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมอยู่ คือ
- ราคาประหยัดกว่า
จุดเด่นที่สุดของ Windows OEM คือราคาที่ถูกกว่าแบบ FPP ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Windows ของแท้ในงบประมาณที่ไม่สูงมากนัก
- เหมาะกับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่
หากคุณซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่และไม่ได้วางแผนเปลี่ยนเครื่องเร็ว ๆ นี้ การใช้ OEM ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งาน
- ติดตั้งง่าย
โดยทั่วไป Windows OEM มักจะติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก โดยเฉพาะในโน้ตบุ๊คหรือคอมสำเร็จรูป
- ใช้งานได้เหมือน Windows ปกติ
ถึงแม้จะเป็น OEM แต่ฟีเจอร์ของ Windows จะเหมือนกับเวอร์ชันอื่นทั้งหมด ซึ่งสามารถอัปเดตระบบและใช้งานได้เต็มรูปแบบตามปกติ
ข้อเสียของ Windows OEM
แม้ว่า Windows OEM จะมีราคาประหยัด แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ
- ไม่สามารถย้าย License ไปเครื่องอื่นได้
Windows OEM จะผูกกับเมนบอร์ดของเครื่องแรกที่ติดตั้ง ทำให้ไม่สามารถนำ License ไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ได้
- หากเมนบอร์ดเสีย อาจต้องซื้อใหม่
ในกรณีที่เมนบอร์ดมีปัญหาและต้องเปลี่ยนใหม่ ระบบจะมองว่าเป็นเครื่องใหม่ ส่งผลให้ License เดิมอาจใช้งานไม่ได้
- ความยืดหยุ่นต่ำ
ไม่เหมาะกับผู้ที่มีการอัปเกรดเครื่องบ่อย หรือมีการเปลี่ยนฮาร์ดแวร์หลัก
ข้อดีและข้อเสียของ Windows FPP
ข้อดีของ Windows FPP
ในทางกลับกัน Windows FPP ก็มีข้อดีที่สำคัญหลายอย่าง โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่น
- สามารถย้ายไปเครื่องใหม่ได้
ข้อดีหลักของ Windows FPP คือสามารถย้าย License ไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ได้ เพียงแค่ถอนการติดตั้งจากเครื่องเก่า
- เหมาะกับคนที่ประกอบคอมเอง
ผู้ที่ประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองมักเลือกใช้ FPP เพราะมีอิสระในการเปลี่ยนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์มากกว่า
- เหมาะกับการอัปเกรดเครื่อง
หากมีการเปลี่ยนเมนบอร์ดหรือเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ใหม่ Windows FPP จะยังสามารถใช้งานต่อได้
ข้อเสียของ Windows FPP
ถึงแม้ Windows FPP จะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างเช่นกัน
- ราคาสูงกว่า OEM
ข้อเสียหลักของ Windows FPP คือราคาที่สูงกว่า ทำให้ไม่เหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด
- ใช้ได้ทีละ 1 เครื่องเท่านั้น
แม้จะสามารถย้ายเครื่องได้ แต่ในเวลาเดียวกันจะสามารถใช้งานได้เพียง 1 เครื่องต่อ License เท่านั้น
- ต้องจัดการ License เอง
ผู้ใช้งานต้องคอยจัดการการ Activate และ Deactivate หากมีการย้ายเครื่อง ซึ่งอาจยุ่งยากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

Windows OEM กับ FPP เลือกแบบไหนดี
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ windows oem กับ fpp แบบไหนดีกว่ากัน ซึ่งคำตอบจริง ๆ ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละคนตามนี้
- ผู้ใช้ทั่วไป
หากคุณใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเป็นหลัก และไม่ได้เปลี่ยนเครื่องบ่อย Windows OEM ถือว่าคุ้มค่า
- คนที่ประกอบคอมพิวเตอร์เอง
ผู้ที่ประกอบคอมพิวเตอร์เองหรือมีการอัปเกรดฮาร์ดแวร์บ่อย ควรเลือก Windows FPP เพราะสามารถย้าย License ได้
- คนที่เปลี่ยนคอมบ่อย
ถ้าคุณเป็นคนที่เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ทุก 2–3 ปี การใช้ Windows FPP จะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
- ธุรกิจหรือองค์กร
องค์กรบางแห่งเลือกใช้ FPP หรือ License รูปแบบอื่น เช่น Volume License เพื่อให้สามารถจัดการระบบได้ง่าย
ซื้อ Windows OEM กับ FPP แบบไหนคุ้มที่สุด
หากมองในเรื่องความคุ้มค่า ก็ต้องพิจารณาจากระยะเวลาการใช้งานนั่นเอง
กรณีที่ควรเลือก OEM
- ซื้อคอมใหม่
- ใช้เครื่องเดียวระยะยาว
- ต้องการประหยัดงบประมาณ
กรณีที่ควรเลือก FPP
- เปลี่ยนคอมบ่อย
- ประกอบคอมเอง
- ต้องการความยืดหยุ่นในการย้าย License
สรุปง่าย ๆ คือ OEM จะคุ้มในระยะสั้น ส่วน FPP จะคุ้มในระยะยาวสำหรับคนที่เปลี่ยนเครื่องบ่อย
ตารางเปรียบเทียบ Windows OEM กับ FPP
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูการเปรียบเทียบระหว่าง windows oem กับ fpp ในตารางด้านล่าง
| รายละเอียด | Windows OEM | Windows FPP |
| ราคา | ถูกกว่า | แพงกว่า |
| การใช้งาน | ใช้ได้กับเครื่องเดียว | ย้ายเครื่องได้ |
| การผูก License | ผูกกับเมนบอร์ด | ผูกกับผู้ใช้ |
| การโอนย้าย | ไม่สามารถย้ายได้ | สามารถย้ายได้ |
| เหมาะกับใคร | คอมเครื่องใหม่ | คนประกอบคอม / เปลี่ยนเครื่องบ่อย |
จากตารางจะเห็นว่า ถึงแม้จะเป็น Windows เวอร์ชันเดียวกัน แต่สิทธิ์การใช้งานแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ทำไมควรซื้อ Windows ของแท้
ไม่ว่าจะเลือก windows แบบ oem หรือ fpp ก็ควรเลือกใช้ Windows ของแท้ เพราะมีข้อดีหลายอย่าง เช่น
- ได้รับการอัปเดตความปลอดภัย
Microsoft จะปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยป้องกันไวรัสและมัลแวร์
- ระบบเสถียรและปลอดภัย
Windows ของแท้จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและไม่มีความเสี่ยงจากซอฟต์แวร์ที่ถูกดัดแปลง
- รองรับฟีเจอร์ใหม่
Windows มักจะออกฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น AI หรือการปรับปรุงระบบต่าง ๆ จะถูกปล่อยผ่านการอัปเดต
- ถูกต้องตามลิขสิทธิ์
เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กรที่ต้องการซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์

ซื้อ Windows OEM กับ FPP ของแท้ได้ที่ไหน
หากต้องการซื้อ Windows ของแท้ทั้งแบบ OEM และ FPP ควรเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์แท้จาก Microsoft
ผู้ใช้งานสามารถเลือกซื้อ Windows ได้จากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์ เช่น 2Beshop ซึ่งมีทั้ง Windows OEM และ Windows FPP ให้เลือกตามความต้องการ พร้อมคำแนะนำในการเลือกเวอร์ชันที่เหมาะกับการใช้งาน
การซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ยังช่วยให้มั่นใจว่าได้รับ License ที่ถูกต้อง สามารถใช้งานและอัปเดตระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
H2: สรุป Windows OEM กับ FPP ต่างกันอย่างไร
โดยสรุปแล้ว ความแตกต่างของ windows oem กับ fpp อยู่ที่สิทธิ์ในการใช้งาน License
- Windows OEM
ราคาประหยัด เหมาะกับคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว และไม่สามารถย้ายไปเครื่องอื่นได้
- Windows FPP
ราคาสูงกว่า แต่สามารถย้ายไปใช้กับเครื่องใหม่ได้ เหมาะกับผู้ที่ประกอบคอมพิวเตอร์หรืออัปเกรดคอมพิวเตอร์บ่อย
ดังนั้นการเลือกซื้อ Windows ควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานของตัวเอง หากต้องการประหยัดงบประมาณ OEM อาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากต้องการความยืดหยุ่นในระยะยาว FPP ก็อาจคุ้มค่ามากกว่า
ติดต่อเราผ่านเว็บไซต์และสอบถามสินค้าได้เลย
- สนใจ Microsoft Windows 11 คลิกเลย
- ซื้อสินค้าผ่าน Application รับส่วนลดเพิ่ม คลิกเลย
- LINE: @2beshop
- โทร 02-1186767