บริหารจัดการ License Software (Microsoft, VMware, Adobe) ให้เป็นระบบในองค์กร ลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย
การมีซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมช่วยให้องค์กรทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่หากไม่มีระบบ บริหารจัดการ License Software ที่ดี องค์กรอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายจากไลเซนส์ที่ไม่ได้ใช้งาน ซื้อสิทธิ์ซ้ำโดยไม่จำเป็น หรือมีความเสี่ยงจากการใช้งานซอฟต์แวร์ไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข โดยเฉพาะซอฟต์แวร์สำคัญอย่าง Microsoft, VMware และ Adobe ซึ่งมีรูปแบบ License และข้อกำหนดแตกต่างกัน
บทความนี้จะแนะนำแนวทางจัดการ License Software ในองค์กร ตั้งแต่การสำรวจทรัพย์สินซอฟต์แวร์ การตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน ไปจนถึงการวางแผนต่ออายุและควบคุมต้นทุนอย่างเป็นระบบ
License Software คืออะไร และทำไมองค์กรต้องบริหารจัดการ
License Software หรือไลเซนส์ซอฟต์แวร์ คือสิทธิ์ที่ผู้ผลิตอนุญาตให้องค์กรหรือผู้ใช้งานติดตั้ง เข้าถึง และใช้งานซอฟต์แวร์ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น จำนวนผู้ใช้งาน จำนวนอุปกรณ์ ระยะเวลาการใช้งาน หรือประเภทของการใช้งาน
การซื้อซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ องค์กรควรมีระบบ Software Asset Management (SAM) หรือการบริหารจัดการทรัพย์สินซอฟต์แวร์ เพื่อให้ทราบว่า
- องค์กรมี License Software ทั้งหมดกี่รายการ
- License แต่ละรายการถูกใช้งานโดยใครและแผนกใด
- มี License ที่ซื้อไว้แต่ไม่ได้ใช้งานหรือไม่
- License ใดกำลังจะหมดอายุหรือต้องต่ออายุ
- การติดตั้งและใช้งานเป็นไปตามข้อตกลงของผู้ผลิตหรือไม่
- ค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์สอดคล้องกับการใช้งานจริงหรือไม่
การจัดการข้อมูลเหล่านี้อย่างเป็นระบบช่วยลดความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์และทำให้องค์กรวางแผนงบประมาณด้านไอทีได้แม่นยำขึ้น
ปัญหาที่พบบ่อยในการจัดการไลเซนส์ซอฟต์แวร์
หลายองค์กรเริ่มพบปัญหาเมื่อมีผู้ใช้งาน อุปกรณ์ และระบบไอทีเพิ่มขึ้น โดยปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่
1. ไม่มีฐานข้อมูล License ที่เป็นศูนย์กลาง
ข้อมูลการซื้ออาจกระจายอยู่ในอีเมล เอกสารใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ หรือไฟล์ Excel หลายชุด ทำให้ตรวจสอบได้ยาก และอาจไม่ทราบว่า License ใดเชื่อมโยงกับสัญญาหรือผู้ใช้งานคนใด
2. ซื้อ License เกินความจำเป็น
บางแผนกอาจซื้อซอฟต์แวร์เองโดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากฝ่ายไอที ส่งผลให้เกิดการซื้อซ้ำ หรือมี License หลายรูปแบบที่ให้ความสามารถใกล้เคียงกัน
3. มี License ที่ไม่ได้ใช้งาน
พนักงานลาออก ย้ายแผนก หรือเปลี่ยนหน้าที่ แต่สิทธิ์การใช้งานยังคงถูกผูกไว้กับบัญชีเดิม หากไม่มีการตรวจสอบและนำ License กลับมาใช้ใหม่ องค์กรจะเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่เกิดประโยชน์
4. ไม่เข้าใจเงื่อนไขของแต่ละผู้ผลิต
Microsoft, VMware และ Adobe มีรูปแบบการคิด License แตกต่างกัน การนำวิธีจัดการของผู้ผลิตหนึ่งไปใช้กับอีกผู้ผลิตอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการคำนวณสิทธิ์และการปฏิบัติตามสัญญา
แนวทางบริหารจัดการ License Software ให้เป็นระบบ
ขั้นตอนที่ 1: จัดทำทะเบียนซอฟต์แวร์และ License
เริ่มจากรวบรวมข้อมูลซอฟต์แวร์ทั้งหมดภายในองค์กร โดยควรบันทึกข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
- ชื่อผลิตภัณฑ์และรุ่น
- ผู้ผลิตหรือเจ้าของลิขสิทธิ์
- จำนวน License ที่ซื้อ
- รูปแบบ License เช่น Per User, Per Device, Subscription หรือ Core-Based
- วันที่เริ่มต้นและวันหมดอายุ
- หมายเลขสัญญา ใบสั่งซื้อ หรือใบรับรองสิทธิ์
- ผู้ดูแลสัญญาและผู้ประสานงาน
- หน่วยงานหรือระบบที่ใช้งาน
- ค่าใช้จ่ายและรอบการเรียกเก็บเงิน
ควรเก็บข้อมูลไว้ในระบบหรือฐานข้อมูลกลางที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสามารถเข้าถึงและปรับปรุงได้
ขั้นตอนที่ 2: สำรวจการใช้งานจริง
ข้อมูลจำนวน License ที่ซื้อไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็น องค์กรต้องเปรียบเทียบกับการใช้งานจริง เช่น จำนวนผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบ ความถี่ในการใช้งาน จำนวนเครื่องที่ติดตั้ง และทรัพยากรที่ระบบใช้
การสำรวจนี้ช่วยจำแนกไลเซนส์ออกเป็น 3 กลุ่ม
- ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ
- ใช้งานบางส่วนและอาจปรับลดแพ็กเกจได้
- ไม่ได้ใช้งานและสามารถยกเลิกหรือจัดสรรใหม่ได้
ขั้นตอนที่ 3: กำหนดนโยบายการขอและคืนไลเซนส์
องค์กรควรมีขั้นตอนกลางสำหรับการขอใช้งานซอฟต์แวร์ เช่น ผู้ใช้งานต้องระบุเหตุผล แผนก โครงการ และระยะเวลาที่ต้องการใช้ จากนั้นให้ผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนจัดสรร License
เมื่อพนักงานลาออกหรือย้ายตำแหน่ง ควรมีขั้นตอนคืนสิทธิ์โดยเชื่อมโยงกับกระบวนการของฝ่ายบุคคล เพื่อป้องกัน License ค้างอยู่กับบัญชีที่ไม่ใช้งานแล้ว
ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไข
ควรตรวจสอบเป็นระยะว่าองค์กรติดตั้งและใช้งานซอฟต์แวร์ตรงตามข้อตกลงหรือไม่ เช่น จำนวนผู้ใช้งาน จำนวนเครื่อง จำนวนคอร์ของเซิร์ฟเวอร์ หรือขอบเขตการใช้งานในแต่ละสาขา
การตรวจสอบภายในอย่างสม่ำเสมอช่วยให้องค์กรเตรียมตัวก่อนการตรวจสอบจากผู้ผลิต และลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือข้อพิพาทด้านลิขสิทธิ์
แนวทางจัดการ License Software ของ Microsoft
ผลิตภัณฑ์ Microsoft มีทั้งซอฟต์แวร์ติดตั้งภายในองค์กร บริการคลาวด์ และแพ็กเกจแบบสมัครสมาชิก ดังนั้นการจัดการควรแยกตามประเภทผลิตภัณฑ์และรูปแบบสิทธิ์
สิ่งที่ควรดำเนินการ ได้แก่
- จัดทำรายการบัญชีผู้ใช้งานและอุปกรณ์ที่เข้าถึงบริการ Microsoft
- ตรวจสอบ License ที่ได้รับมอบหมายแต่ไม่มีการใช้งาน
- แยกผู้ใช้งานตามบทบาทและความต้องการจริง
- ตรวจสอบวันหมดอายุของสัญญาและรอบการต่ออายุ
- จัดเก็บเอกสารสัญญาและหลักฐานการซื้อไว้ในระบบกลาง
- ตรวจสอบการใช้งานซอฟต์แวร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์
- ทบทวนแพ็กเกจเป็นระยะ เพื่อเลือกสิทธิ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
Microsoft มีเอกสารแนวทางการให้ License สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการหลายประเภท องค์กรจึงควรตรวจสอบเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้หลักการเดียวกันกับทุกผลิตภัณฑ์
แนวทางจัดการ License Software ของ VMware
VMware เป็นซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบ Virtualization และศูนย์ข้อมูล การบริหาร License จึงต้องพิจารณาทั้งจำนวนโฮสต์ หน่วยประมวลผล คอร์ เครื่องเสมือน และระดับความสามารถของผลิตภัณฑ์
แนวทางสำคัญ ได้แก่
- จัดทำแผนผังโครงสร้าง Virtualization ทั้งหมด
- บันทึกจำนวนโฮสต์และทรัพยากรของแต่ละคลัสเตอร์
- ระบุผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ที่แต่ละระบบใช้งาน
- ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างไลเซนส์กับเซิร์ฟเวอร์หรือคลัสเตอร์
- ติดตามการเปลี่ยนแปลงเมื่อเพิ่ม ลด หรือย้ายโฮสต์
- ตรวจสอบเงื่อนไขการต่ออายุและรูปแบบการสมัครใช้งาน
- วางแผนสำรองสำหรับระบบสำคัญก่อนการปรับเปลี่ยน License
เนื่องจากโครงสร้างและเงื่อนไข License อาจเปลี่ยนแปลงตามผลิตภัณฑ์และสัญญา องค์กรควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ล่าสุด รวมถึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนปรับโครงสร้างหรือเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน
แนวทางจัดการ License Software ของ Adobe
Adobe มีผลิตภัณฑ์สำหรับงานเอกสาร งานออกแบบ งานวิดีโอ และการตลาด โดยองค์กรสามารถใช้ Adobe Admin Console เป็นศูนย์กลางในการจัดการผู้ใช้ ผลิตภัณฑ์ License การติดตั้ง การตั้งค่าความปลอดภัย และรายงานต่าง ๆ
ผู้ดูแลระบบสามารถใช้ Admin Console เพื่อ
- เพิ่มหรือลบผู้ใช้งาน
- มอบหมายและยกเลิก License
- โอนหรือจัดสรร License ให้ผู้ใช้รายใหม่
- แบ่งกลุ่มผู้ใช้งานตามแผนกหรือหน้าที่
- กำหนด Product Profile ให้เหมาะกับแต่ละทีม
- ตรวจสอบจำนวน License ที่ซื้อและจำนวนที่ถูกใช้งาน
- จัดการการติดตั้งและการอัปเดตซอฟต์แวร์
- ตรวจสอบสัญญาและรายละเอียดการต่ออายุ
Adobe ระบุว่า Admin Console ช่วยรวมการจัดการสิทธิ์ ผู้ใช้งาน และการติดตั้งไว้ในศูนย์กลางเดียว ทำให้เหมาะกับองค์กรที่มีผู้ใช้งานหลายกลุ่ม นอกจากนี้ ผู้ดูแลยังสามารถมอบหมาย ยกเลิก และจัดสรร License ใหม่ตามการเปลี่ยนแปลงของทีมได้
ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม
เพื่อให้การบริหารไลเซนส์วัดผลได้ ควรกำหนดตัวชี้วัด เช่น
- อัตราการใช้งาน License
- จำนวน License ที่ไม่ได้ใช้งาน
- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้งาน
- จำนวนซอฟต์แวร์ที่ไม่ผ่านกระบวนการอนุมัติ
- จำนวนเหตุการณ์ติดตั้งซอฟต์แวร์ไม่ตรงตามสิทธิ์
- ระยะเวลาเฉลี่ยในการจัดสรร License
- ค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการนำ License กลับมาใช้ใหม่
- จำนวนสัญญาที่ต่ออายุได้ทันเวลา
การติดตามตัวชี้วัดเหล่านี้ช่วยให้ฝ่ายไอที ฝ่ายจัดซื้อ และผู้บริหารเห็นภาพรวม และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น
ประโยชน์ของการใช้บริการผู้เชี่ยวชาญด้าน License Software
การบริหาร License ด้วยตนเองอาจใช้เวลาและต้องอาศัยความเข้าใจเฉพาะด้าน โดยเฉพาะองค์กรที่มีระบบไอทีหลายสาขาหรือมีซอฟต์แวร์จำนวนมาก การใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญช่วยสนับสนุนงานสำคัญ เช่น
- สำรวจและจัดทำทะเบียนซอฟต์แวร์
- วิเคราะห์สิทธิ์การใช้งานและการติดตั้ง
- ตรวจสอบ License ที่ไม่ได้ใช้
- วางแผนการซื้อและต่ออายุ
- ให้คำแนะนำด้านรูปแบบ License
- จัดทำรายงานสำหรับผู้บริหาร
- สนับสนุนการตรวจสอบด้านลิขสิทธิ์
- ช่วยออกแบบกระบวนการอนุมัติและคืน License
สำหรับองค์กรที่ต้องการลดความซับซ้อนในการจัดการ Microsoft, VMware และ Adobe การมีที่ปรึกษาหรือผู้ให้บริการที่เข้าใจทั้งด้านเทคนิคและเงื่อนไขการให้สิทธิ์ จะช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนด้านซอฟต์แวร์
เช็กลิสต์เริ่มต้นสำหรับองค์กร
หากต้องการเริ่มบริหาร License Software ให้เป็นระบบ สามารถดำเนินการตามเช็กลิสต์นี้ได้
- รวบรวมรายการซอฟต์แวร์และสัญญาทั้งหมด
- ระบุผู้รับผิดชอบ License แต่ละผลิตภัณฑ์
- ตรวจสอบจำนวนที่ซื้อเทียบกับการใช้งานจริง
- ค้นหา License ที่ไม่ได้ใช้งานหรือจัดสรรผิดบุคคล
- ตรวจสอบวันหมดอายุและกำหนดการต่ออายุ
- จัดทำกระบวนการขอ อนุมัติ ติดตั้ง และคืน License
- กำหนดรอบการตรวจสอบอย่างน้อยเป็นรายไตรมาส
- จัดทำรายงานต้นทุนและความเสี่ยงสำหรับผู้บริหาร
- ทบทวนความต้องการก่อนซื้อหรือเพิ่ม License ทุกครั้ง
- พิจารณาใช้บริการผู้เชี่ยวชาญเมื่อข้อมูลหรือระบบมีความซับซ้อน
สรุปและคำแนะนำสำหรับองค์กร
การ บริหารจัดการ License Software (Microsoft, VMware, Adobe) ไม่ใช่เพียงการเก็บข้อมูลว่าองค์กรซื้อซอฟต์แวร์อะไรไว้บ้าง แต่เป็นกระบวนการที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลการซื้อ การใช้งาน ผู้ใช้งาน ระบบไอที และข้อกำหนดด้านลิขสิทธิ์เข้าด้วยกัน
การมีทะเบียน License ที่ถูกต้อง ตรวจสอบการใช้งานเป็นประจำ กำหนดผู้รับผิดชอบชัดเจน และวางแผนต่ออายุล่วงหน้า จะช่วยให้องค์กรลดค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยง และใช้ซอฟต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากองค์กรของคุณกำลังประสบปัญหา License กระจัดกระจาย ตรวจสอบสิทธิ์ได้ยาก หรือไม่แน่ใจว่ากำลังจ่ายค่าซอฟต์แวร์เหมาะสมกับการใช้งานหรือไม่ สามารถติดต่อทีมงาน 2beshop.com เพื่อขอคำปรึกษาและวางแนวทางบริหาร License Software ที่เหมาะกับขนาด ระบบ และงบประมาณขององค์กร
- สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือซื้ออุปกณ์ IT คลิกเลย
- ซื้อสินค้าผ่าน Application รับส่วนลดเพิ่ม คลิกเลย
- LINE: @2beshop
- โทร 02-1186767