dns server คือ

คุณเคยสงสัยไหมว่าเวลาที่เราพิมพ์ชื่อเว็บไซต์อย่างเช่น google.com ลงในเบราว์เซอร์ แล้วเว็บไซต์เปิดขึ้นมาได้ภายในไม่กี่วินาทีนั้น เบื้องหลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ซึ่งจริง ๆ แล้วระบบที่อยู่เบื้องหลังความสะดวกนี้ก็คือ DNS หรือที่หลายคนค้นหาว่า dns server คืออะไรนั่นเอง

บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักตั้งแต่พื้นฐานว่า dns server คือ อะไร ทำงานอย่างไร มีกี่ประเภท ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมทุกเว็บไซต์บนโลกอินเทอร์เน็ตถึงต้องพึ่งพา DNS รวมถึงตัวอย่างผู้ให้บริการและปัญหาที่พบบ่อย 

DNS คืออะไร (Domain Name System)

DNS ย่อมาจาก Domain Name System เป็นระบบที่ทำหน้าที่แปลง “ชื่อโดเมน” (Domain Name) ที่มนุษย์อ่านเข้าใจง่าย ให้กลายเป็น “หมายเลข IP Address” ที่คอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารกัน

ตัวอย่างเช่น

  • เราจำชื่อเว็บไซต์เป็น facebook.com
  • แต่คอมพิวเตอร์จะรู้จักเป็นตัวเลข เช่น 157.240.xx.xx

ดังนั้นถ้าจะอธิบายง่าย ๆ ว่า dns server คืออะไร ในภาพรวมก่อน ก็คือส่วนหนึ่งของระบบ DNS ที่ช่วยแปลงชื่อเว็บไซต์ให้เป็น IP Address หรือเปรียบเทียบให้เห็นภาพ DNS ชัดเจนขึ้น ก็คือเหมือน “สมุดโทรศัพท์ของอินเทอร์เน็ต” ที่เราค้นหาชื่อ แล้วระบบจะบอกเบอร์ (IP) ให้เรานั่นเอง

DNS Server คืออะไร

ถ้าถามตรง ๆ ว่า dns server คืออะไร คำตอบก็คือ เซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับโดเมนเนมและ IP Address และตอบคำถาม (Query) จากอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน โดยที่เมื่อคุณพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ลงในเบราว์เซอร์ คอมพิวเตอร์จะส่งคำถามไปยัง DNS Server เพื่อถามว่า:

“โดเมนนี้มี IP Address อะไร?”

จากนั้น DNS Server จะตอบกลับมาด้วย IP ที่ถูกต้อง เพื่อให้เบราว์เซอร์เชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลายทางได้ พูดง่าย ๆ คือ dns server คือ ตัวกลางสำคัญที่ทำให้เราสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ด้วยชื่อที่จำง่าย แทนการจำชุดตัวเลขยาว ๆ

DNS Server ทำงานอย่างไร (ขั้นตอนการค้นหาชื่อเว็บไซต์)

เพื่อให้คุณเข้าใจลึกมากขึ้น เราจะพามาดูขั้นตอนการทำงานของ DNS ว่าทำงานอย่างไร

ขั้นตอนการทำงานของ DNS Server
  1. ผู้ใช้พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ เช่น example.com ลงในเบราว์เซอร์
  2. เครื่องส่งคำขอไปยัง Recursive Resolver โดยส่วนมากจะเป็น DNS ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) หรือ DNS สาธารณะ
  3. Recursive Resolver ตรวจสอบ Cache ก่อน ถ้าเคยมีข้อมูลอยู่แล้ว จะตอบกลับทันที แต่ถ้าไม่เคยมีข้อมูล จะเริ่มทำการค้นหาแบบลำดับชั้น
  4. สอบถาม Root Name Server เพื่อถามว่าโดเมนนี้อยู่ภายใต้ TLD ไหน
  5. สอบถาม TLD Name Server เช่น .com, .net, .org
  6. สอบถาม Authoritative Name Server เพื่อขอ IP Address ที่ถูกต้องของโดเมนนั้น
  7. ส่ง IP Address กลับมายังผู้ใช้ จากนั้นเบราว์เซอร์จะเชื่อมต่อไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์โดยตรง

กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาที นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเข้าใจว่า dns server คือ กลไกอะไร จึงสำคัญต่อการทำงานของเว็บไซต์

ประเภทของ DNS Server มีอะไรบ้าง

DNS ไม่ได้มีแค่เซิร์ฟเวอร์ตัวเดียว แต่สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามหน้าที่ ดังนี้

Recursive Resolver

เป็นด่านแรกที่รับคำถามจากผู้ใช้ โดยทำหน้าที่ค้นหาคำตอบแทนผู้ใช้จนกว่าจะได้ IP Address ที่ถูกต้อง ซึ่งส่วนมากจะเป็น DNS ของ ISP หรือ DNS สาธารณะ เช่น Google DNS

Root Name Server

Root Name Server คือจุดเริ่มต้นของระบบ DNS ของทั้งโลก โดยทำหน้าที่บอกว่าโดเมนที่ค้นหานั้นอยู่ในกลุ่ม TLD ใด เช่น .com หรือ .org ซึ่งทั่วโลกมี Root Server หลักเพียง 13 ชุด แต่จะกระจายเป็นหลายร้อยเครื่องเพื่อความเสถียร

TLD Name Server

name server คือ

TLD (Top Level Domain) Name Server ทำหน้าที่ดูแลโดเมนระดับบน เช่น

  • .com
  • .net
  • .org
  • .th

เมื่อรู้ว่าโดเมนอยู่ในกลุ่มไหน ระบบจะถาม TLD Server เพื่อชี้ไปยัง Authoritative Server ต่อไป

Authoritative Name Server

เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บข้อมูลจริงของโดเมนนั้น ๆ เช่น A Record, CNAME, MX Record

ซึ่งถ้าจะให้สรุปสั้น ๆ อีกครั้งว่า dns server คืออะไร ในมุมเทคนิค ก็คือชุดของเซิร์ฟเวอร์หลายระดับที่ทำงานร่วมกันแบบลำดับชั้นนั่นเอง

อ่านบทความเพิ่มเติม: ประเภทของคอมพิวเตอร์ มีอะไรบ้าง ต่างกันยังไง พร้อมตัวอย่างการใช้งาน

ทำไมเว็บไซต์ถึงต้องใช้ DNS ประโยชน์ของ DNS 

แล้วทำไมทุกเว็บไซต์จำเป็นต้องใช้ DNS เพราะอะไร?

  1. ทำให้จำชื่อเว็บไซต์ได้ง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ต้องจำ IP Address เป็นตัวเลข
  2. เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการระบบ ทำให้สามารถเปลี่ยน IP เซิร์ฟเวอร์ได้ โดยผู้ใช้ไม่ต้องรู้
  3. รองรับระบบ Load Balancing สามารถกระจายทราฟฟิกไปหลายเซิร์ฟเวอร์
  4. เพิ่มความปลอดภัย รองรับระบบ DNSSEC และการกรองโดเมนอันตราย

ดังนั้น dns server คือ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมากของอินเทอร์เน็ต หากไม่มี DNS เว็บไซต์จะใช้งานได้ยากมาก

ตัวอย่าง DNS Server ที่นิยมใช้งาน

  1. Google Public DNS

IP Address:

  • 8.8.8.8
  • 8.8.4.4

จุดเด่นหลัก: ความเร็ว + ความเสถียรภาพระดับโลก

โดย Google Public DNS เป็น DNS สาธารณะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก จุดแข็งคือโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของ Google ที่กระจายศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ทำให้การตอบสนองรวดเร็วและมีความเสถียรสูง

ข้อดี

  • Response Time เร็วมากในหลายประเทศ
  • ระบบ Anycast ช่วยเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้ผู้ใช้ที่สุด
  • รองรับ DNSSEC
  • ลดปัญหา DNS Hijacking จากบาง ISP

ข้อจำกัด

  • ไม่ได้เน้นเรื่อง Privacy มากเท่า Cloudflare
  • ยังมีการเก็บ Log บางส่วนเพื่อปรับปรุงบริการ

Google Public DNS จึงเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการ DNS ที่เร็ว เสถียร และไม่ต้องตั้งค่าอะไรซับซ้อน

  1. Cloudflare DNS

IP Address:

  • 1.1.1.1
  • 1.0.0.1

จุดเด่นหลัก: ความเป็นส่วนตัว (Privacy) + ความเร็วสูง

Cloudflare เปิดตัว DNS 1.1.1.1 โดยชูจุดขายเรื่อง “ไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้งานในระยะยาว” และมีการตรวจสอบโดยบริษัทภายนอก (Audit)

ข้อดี

  • โฟกัส Privacy ชัดเจน
  • Response Time เร็วมากในเอเชีย
  • รองรับ DNS over HTTPS (DoH) และ DNS over TLS (DoT)
  • มีแอป 1.1.1.1 สำหรับมือถือ

ข้อจำกัด

  • ไม่มีระบบกรองเว็บไซต์แบบ OpenDNS
  • บางองค์กรอาจบล็อก 1.1.1.1

Cloudflare จึงเหมาะกับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว และต้องการเทคโนโลยี DNS สมัยใหม่

3. OpenDNS (ปัจจุบันอยู่ภายใต้ Cisco)

    จุดเด่นหลัก: ระบบกรองเว็บไซต์ + การควบคุมระดับองค์กร

    OpenDNS ไม่ได้เน้นแค่ความเร็ว แต่เด่นเรื่องการควบคุมและความปลอดภัย เหมาะกับบ้านที่มีเด็ก หรือองค์กรที่ต้องการจำกัดการเข้าถึงบางเว็บไซต์

    ข้อดี

    • มีระบบ Content Filtering
    • ป้องกันฟิชชิ่งและมัลแวร์
    • มี Dashboard ให้จัดการ
    • เหมาะกับธุรกิจและโรงเรียน

    ข้อจำกัด

    • บางฟีเจอร์ต้องสมัครแพ็กเกจแบบเสียเงิน
    • ความเร็วอาจไม่สูงสุดเท่า Google/Cloudflare ในบางพื้นที่

    OpenDNS จึงเหมาะกับองค์กรหรือครอบครัวที่ต้องการควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต

    4. DNS ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP DNS)

      DNS ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตตั้งค่าให้อัตโนมัติ เช่น TRUE, AIS, 3BB ฯลฯ

      ข้อดี

      • ไม่ต้องตั้งค่าเอง
      • เข้ากับโครงสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการโดยตรง
      • บางกรณีเข้าถึงเว็บไซต์ในประเทศได้เร็ว

      ข้อจำกัด

      • บางครั้งมีการบล็อกเว็บไซต์
      • ความเร็วและเสถียรภาพขึ้นอยู่กับ ISP
      • อาจไม่มีระบบเข้ารหัส DNS over HTTPS

      เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม

      dns เซิร์ฟเวอร์

      ถ้ามองในภาพรวมว่า dns server คืออะไร ในมุมของผู้ใช้งานจริง การเลือก DNS ที่เหมาะสม สามารถช่วยให้การท่องเว็บเสถียรขึ้น ปลอดภัยขึ้น และบางกรณีตอบสนองได้เร็วขึ้นเล็กน้อย

      ปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DNS และวิธีแก้ไข

      1. เข้าเว็บไซต์ไม่ได้

      สาเหตุ: 

      • DNS ล่ม
      • ตั้งค่า DNS ผิด

      วิธีแก้:

      • เปลี่ยนไปใช้ Google DNS หรือ Cloudflare DNS
      1. DNS Not Responding

      มักเกิดจาก:

      • เราเตอร์มีปัญหา
      • DNS ของ ISP ล่ม

      วิธีแก้:

      • รีสตาร์ทเราเตอร์
      • เปลี่ยน DNS
      • ตรวจสอบสายอินเทอร์เน็ต
      1. ข้อมูล DNS เก่า (Cache)

      เกิดจากบางครั้งเว็บไซต์ได้เปลี่ยน IP ไปแล้ว แต่เครื่องของเรายังจำค่าเดิมอยู่

      วิธีแก้: Flush DNS

      ตัวอย่างใน Windows: 

      </> โค้ด : ipconfig /flushdns

      1. เว็บไซต์ช้า

      อาจเกิดจาก DNS ตอบสนองช้า ดังนั้น การเปลี่ยน DNS Server อาจช่วยลดเวลาในการค้นหาโดเมนได้เล็กน้อย

      คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DNS (FAQ)

      DNS เปลี่ยนแล้วเน็ตแรงขึ้นไหม

      การเปลี่ยน DNS ไม่ได้เพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตโดยตรง แต่ก็สามารถทำให้ “เวลาในการค้นหาโดเมน” เร็วขึ้นเล็กน้อย

      ใช้ DNS ฟรีปลอดภัยไหม

      DNS ฟรีจากผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ เช่น Google หรือ Cloudflare ถือว่าปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ก็ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีนโยบายด้านความเป็นส่วนตัวที่ชัดเจน

      ควรใช้ DNS ของใครดี

      คำถามนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณมากกว่า เช่น:

      • เน้นความเร็ว → Google DNS
      • เน้นความเป็นส่วนตัว → Cloudflare
      • เน้นควบคุมและกรองเว็บไซต์ → OpenDNS

      เพราะไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่า dns server ของใครดีที่สุด แต่ควรเลือกตามการใช้งานจะดีกว่าครับ

      สรุป

      ถ้าจะสรุปให้ชัดเจนที่สุดว่า dns server คืออะไร ก็คือ ระบบที่ทำหน้าที่แปลงชื่อเว็บไซต์ (Domain Name) ให้กลายเป็นหมายเลข IP Address เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถสื่อสารกันได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

      โดยที่ทุกครั้งที่เราพิมพ์ชื่อเว็บลงในเบราว์เซอร์ เบื้องหลังจะมี DNS Server ทำงานแบบลำดับขั้น ตั้งแต่ Recursive Resolver ไปจนถึง Authoritative Name Server เพื่อค้นหา IP ที่ถูกต้อง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที

      เหตุผลที่ทุกเว็บไซต์ต้องใช้ DNS เพราะ:

      • ช่วยให้ผู้ใช้จำชื่อเว็บได้ง่าย
      • ทำให้สามารถเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ได้โดยไม่กระทบผู้ใช้
      • รองรับการกระจายโหลดและเพิ่มเสถียรภาพระบบ
      • เสริมความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีอย่าง DNSSEC

      ดังนั้น dns server คือ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอินเทอร์เน็ตที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของเว็บไซต์ นักพัฒนา หรือผู้ใช้งานทั่วไป การเข้าใจ DNS จะช่วยให้มองภาพการทำงานของระบบเครือข่ายได้ชัดเจนขึ้น และแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

      By admin